Friday, January 09, 2009

แสงแรกของวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2552

วัดพระแก้ว ที่เนื่่องแน่นไปด้วยผู้คนที่มาไหว้พระขอพรปีใหม่ (ชาวต่างชาติก็งงๆ ว่าทำไมคนเยอะจัง)
ท่าเรือวัดระฆัง เนื่องแน่นไปด้วยผู้คนที่มาขอกราบไหว้สักการะ หลวงพ่อโต วันนี้คนเยอะจริงๆ เลยไม่ได้ปิดทอง ที่องค์หลวงพ่อ เหล่านกพิราบและปลาต่างก็ได้รับอานิสสงฆ์ ไปด้วย

Tuesday, December 23, 2008

Give them a smile

Armelle, j'ai fêté Noël avec les enfants Suan Phung :) Ils ont dit Bonjour et Joyeux Noël pour P'Armelle !

Tuesday, December 02, 2008

ใครจะช่วยเราดับไฟ หรือ บ้านเราจะต้องวอดวาย

ข้อความดีๆ จากคุณ PAD Holland "เมื่อก่อน ปลวกกินบ้าน ไม่มีใครสนใจมากนัก ก็เอาแต่บ่นกัน แต่ตอนนี้ ไฟกำลังใหม้บ้าน พธม กำลังดับไปอยู่ ก็มีพวกหนึ่งแทนที่จะช่วยดับไฟ ดันยื่นปากเข้ามาถามว่า "บ้านใหม่หน้าตายังไง" หยุดดับไฟมาอธิบายก่อน ถ้าแปลนบ้านถูกใจจะช่วยดับไฟ..เออ...แฮะ อีกพวกหนึ่ง...ซ้ำรายหาว่า พธม ท่าจะบ้าไม่ได้ไหม๊บ้านซักหน่อย เข้ามาห้าม มากกล่าวหา พวกที่พยายามดับไฟ กับพวกที่ว่าไฟไม่ได้ใหม้บ้านก็หันมาทะเลาะกัน เริ่มตลุมบอน ลงไม้ลงมือเข่นฆ่ากัน ใครพวกมากคนนั้นชนะ.. พวกที่อาการหนักสุด..พวกห้าม..หยุดเถอะ ได้โปรดเถอะ อย่าทะเลาะกันเลย โธ่น่าสงสารบ้านโธ่ข้าวของพังหมดแล้ว แทนที่จะช่วยดับไฟ ของพังซ่อมได้ แต่ไฟใหม้บ้านหมดแล้ว หมดเลย (แต่ยอมรับว่าปลวกกินบ้านแล้วอย่างหนัก และได้แต่บ่นไม่ทำอะไรอยู่ดี)......โอดครวญต่อไปนะ ให้ไฟมันใหม้บ้านให้หมดก่อน ค่อยรู้สึก.. สถาณการณ์แบบนี้ ทุกคนควรช่วยกันดับไฟก่อนเป็นอันดับแรก... แล้วมาช่วยกันสำรวจบ้านครึ่งหลังที่ยังไม่ใหม้ ว่าปลวกมันกินตรงใหนบ้าง ตรงใหนยังใช้ได้อยู่ ตรงใหนต้องรื้อทิ้ง ตรงใหนพอใช้ได้ก็ช่วยกันซ่อมให้มันแข็งแรงมั่นคง...."

Sunday, November 23, 2008

My picture my pride

This picture will be shown this weekend (22-23 Nov. 2008) at Unesco Paris for the 50 anniversary of Enfants du Mekong! I sent the picture for the competition " Le sourire donné" (A giving smile). It win a second price. It's my first big step for my lovely hobby photography :)
I've took the photo in a small village Ban Mae Aeb, Chiang Sean, Chiang Rai. The man shown me his first daughter,a baby 3 days with the proud and great joy. Let take a look the baby face...

Monday, November 17, 2008

A weekend at Phuket, away from worries...

What a nice beach! just one hour and fifteen minutes from Bangkok. I was away from all my worries. But I keep thinking of someone. I'm falling into the land of love where i lost my mind. I can say just nothing...we are so different (this is not the real reason) I chose to keep all the feeling...keep it alone...

Tuesday, October 14, 2008

นี่สิ กัปตัน ตัวจริง ขอคารวะ

จดหมายจากเวียงจันทน์

กัปตัน (นาวาอากาศตรี) จักรี จงศิริ ขอแถลง แถลงการณ์นี้เขียนเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2551 ที่นครเวียงจันทน์ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนลาว ซึ่งเป็นเมืองที่มีความสงบสุข ประชาชน ประเทศนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ทั้งใบหน้าและจิตใจ เขาอยู่กันอย่างเรียบง่าย ผู้หญิงสวมผ้าถุง เสื้อแขนกระบอก ตอนเช้าผู้คนจะออกมาใส่บาตรทำบุญ สร้างบุญบารมีไว้ชาติภพหน้า เห็นแล้วผมรู้สึกดีกับประชาชนของประเทศนี้มาก เวลานี้เป็นเวลาตี 3 ผมนอนไม่หลับ คิดว่าทำไมจะให้ประเทศชาติของเราจะกลับไปมีความสุขแบบในเมื่ออดีต ตอนเป็นเด็กๆ ประเทศของเราดูคล้ายกับลาวมาก แล้วอะไรที่ทำให้สองประเทศนี้จึงแตกต่างกันมายมายขณะนี้ ความเจริญที่เข้ามามาก ที่เข้ามาขับไล่ความสงบสุขออกไป คนขาดซึ่งศีลธรรมจรรยา เพราะมุ่งเพียงเพื่อความรอดของชีวิต สังคมมีแต่ผู้รับไม่มีผู้ให้ คิดแต่ว่าในวันนี้เราจะได้รับอะไรบ้าง จะรับจากใครที่ไหนและอย่างไร สังคมไทยจึงมีแต่ความแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นเพื่อที่จะเป็นผู้รับ ดังนั้นประเทศไทยจึงถูกซื้อได้จากผู้ที่มีอำนาจเงินมหาศาล ซึ่งจะซื้อบุคล ทุกสถาบันในประเทศ เพราะคนไทยในทุกสถาบันล้วนเป็นผู้รับ ขณะนี้ผมก็ใคร่ขอให้ผู้คนซึ่งอยู่ในองค์กร สถาบันต่างๆ ที่เงินไม่อาจซื้อได้ และเป็นคนที่มีใจเป็นธรรมะ, เป็นผู้ให้ ได้ออกมาแสดงจุดยืนแสดงตัวตนของตนเอง ซึ่งสามารถคิดแยกแยะได้ในสิ่งดีงามและสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม ผมขอให้พวกท่านออกมาแทรกอยู่ตรงกลางของสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในประเทศของเราทุกวันนี้ ประเทศของเรากำลังต้องการบุคคลอย่างท่าน กระผมเองก็เป็นบุคคลเช่นท่าน ขณะนี้ผมได้ออกมาแล้วในฐานะที่เป็นประชาชนที่รักประเทศชาติ รักแผ่นดินเกิด รักศาสนา และพระมหากษัตริย์ แต่กระผมคนเดียวนั้นยังไม่เพียงพอ ขอให้คนในทุกองค์กรโปรดแสดงตัวตนที่แท้จริงออกก่อนที่จะสายเกินไป ณ เวลานั้น ท่านจะเกิดเสียดาย เพราะผู้คนส่วนใหญ่จะต้องล้มตายไปอีกกี่ร้อยกี่พันชีวิต ขณะนี้ผู้คนเหล่านี้เขาอ่อนแรงเต็มที่แล้ว พร้อมที่จะถูกใช้กำลังสลายได้ทุกเมื่อ ผมไม่ต้องการเห็นคนไทย ประชาชนไทยร่างกายฉีกขาดได้อีกต่อไปแล้ว และท่านเองก็คงไม่ต้องการเห็นเช่นกัน เมื่อวันที่ 8 ตอนเช้านั้น ผมได้เห็นหนังสือพิมพ์ทุกฉบับลงภาพผู้คนซึ่งเป็นคนไทยถูกทำร้ายด้วยอาวุธ ร่างกายฉีกขาด เลือดนองพื้น เป็นภาพซึ่งผมเห็นแล้วรู้สึกอนาจใจอย่างมากที่รัฐบาลโดยการนำของพรรคพลังประชาชน เข่นฆ่าประชาชน โดยคนในพรรคนี้เห็นดีเห็นงามต่อการกระทำกับประชาชน จิตใจของพวกท่านทำด้วยอะไร เพียงเพื่อต้องการที่จะไปอ่านนโยบายบริหารประเทศ ท่านก็ฆ่าฟันผู้คนเข้าไปอ่านนโยบายแล้ว ฉะนั้นภายในนโยบายบริหารเหล่านั้นท่านคงจะต้องฆ่าประชาชนคนไทยไปอีกกี่ศพ ท่านจึงจะบรรลุนโยบายการบริหารประเทศของท่าน ด้วยความคิดดังนั้น ผมเองจึงตัดสินใจที่จะไม่รับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากพรรคพลังประชาชน สาเหตุเพราะหนังสือพิมพ์ซึ่งมีภาพผู้คนที่ถูกเข่นฆ่าเหล่านั้น เมื่อผู้โดยสารท่านอื่นที่โดยสารไปในเที่ยวบินนั้นได้เห็นภาพและข่าว อาจเกิดบันดาลโทสะ ขาดการยับยั้ง ยกมารุมทำร้าย ส.ส.ของพรรคพลังประชาชน ขณะที่เตรียมขึ้นบินอยู่ ได้รับบาดเจ็บและล้มตายให้ตกไปตามกันก็ได้ ส.ส.พรรคพลังประชาชนเข้าเครื่องในวันดังกล่าว ซึ่งถ้าการสอบสวนว่าผมกระทำความผิด และให้ผมไปกล่าวคำขอโทษ ส.ส.เหล่านั้น ก็ขอให้ลงโทษด้วยการฆ่าผมเสียดีกว่าที่จะให้ผมไปกล่าวคำขอโทษกับคนที่ไม่มีศีลธรรมเหล่านั้นให้เสียศักดิ์ศรีของความเป็นชายชาติทหารนักรบอย่างผม สุดท้ายนี้ ผมคิดว่า ถ้าประชาชนถูกเข่นฆ่าด้วยอาวุธอีก ร่างกายฉีกขาดเป็นชิ้นส่วน กระจายเลือดแดงนองพื้น สภาพศพแต่ละศพไม่ครบ 32 แล้วเราก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมไทยได้ เป็นเวรกรรมกันต่อไปอีกไม่รู้กี่ภพกี่ชาติ สู้ขอให้เรายอมตายด้วยการอารยะขัดขืนสูงสุดคือ เรามาร่วมกันอดอาหารเพื่อขอให้มีผู้นำของประชาชนคนใหม่ นำไทยไปสู่อนาคตที่สังคมมีแต่ผู้ให้ด้วยเทอญ และ ขออดอาหารจนตายถ้าเรายังไม่ได้ผู้นำของประชาชนคนใหม่ ขอให้ท่านออกมาเถิด เราจะรอท่านไปจนตาย ถ้าท่านไม่ออกมา กัปตันจักรี จงศิริ ผู้ที่จะยอมเสียชีวิตโดยไม่ยอมเสียเกียรติและศักดิ์ศรี เวลา ตี 4 13 ต.ค. 51

ขอขอบคุณ สื่อดีๆ อย่าง ผู้จัดการ และ ASTV